วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

4 วิธี กำจัดมดในบ้านอย่างง่าย แบบไม่ต้องฆ่า!

4 วิธี กำจัดมดในบ้านอย่างง่าย แบบไม่ต้องฆ่า!

http://www.infinitydesign.in.th/4-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5-%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2/28418

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

10 เทคนิคดีๆ ที่คุณรู้แล้วมีประโยชน์มากขึ้น 1.ชาร์ตแบตโทรศัพท์โดยเปิดโหมดเครื่องบิน จะทำให้แบตเต็มเร็วมากขึ้น 2.ถ้าแช่ขวดแก้วในตู้เย็น....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.chillpainai.com/scoop/2592

10 เทคนิคดีๆ ที่คุณรู้แล้วมีประโยชน์มากขึ้น     1.ชาร์ตแบตโทรศัพท์โดยเปิดโหมดเครื่องบิน จะทำให้แบตเต็มเร็วมากขึ้น      2.ถ้าแช่ขวดแก้วในตู้เย็น....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.chillpainai.com/scoop/2592

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประโยชน์ 10 อย่างจากน้ำส้มสายชู ที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ

ประโยชน์ 10 อย่างจากน้ำส้มสายชู ที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ
1. ลดไข้ : ผสมน้ำส้มสายชู 1 ส่วนกับน้ำเปล่า 2 ส่วน นำผ้าขนหนูมาชุบแล้วเช็ดตัวคนไข้
2. แก้เจ็บคอ : นำใบสะระแหน่มาขยี้ผสมน้ำส้มสายชูแล้วอมไว้ หรือจะใช้น้ำมันสะระแหน่ผสมกับน้ำส้มสายชูก็ได้ ได้ผลดีกว่า
3. แก้ฝ้า : ผสมน้ำส้มสายชู 1 ช้อนชากับไข่ขาวของไข่ไก่ 1 ฟอง ตีให้พอขึ้นฟอง นำมาพอกหน้าก่อนนอน
4. ป้องกันผ้าสีตก : ผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยลงในน้ำแช่ผ้า แล้วแช่ผ้าไว้สัก 15 นาทีก่อนนำไปซักตามปกติ
5. ช่วยให้น้ำยาทาเล็บติดทนนาน : จุ่มเล็บลงในน้ำส้มสายชูก่อนทาเล็บสัก 2-3 นาที หรือนำสำลีชุบน้ำส้มสายชูมาเช็ดถูตามเล็บก่อนทาก็ได้
6. ขัดหม้ออะลูมิเนียม : ผสมน้ำส้มสายชู 1 - 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำเปล่าต้มให้เดือดประมาณ 30 นาที แล้วพักไว้ให้เย็นใช้ฝอยขัดหม้อขัดไปในทางเดียวกันจะทำให้คราบดำหลุดออกง่ายขึ้น
7. ขัดพื้นไม้ : ผสมน้ำส้มสายชู น้ำมันลินซีด แอลกอฮอล์จุดไฟ ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน ใช้ขัดพื้นไม้ได้เงางามดี
8. แก้กุ้งมีกลิ่นคาว : ผสมน้ำส้มสายชู 1 - 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำเปล่า นำกุ้งลงแช่ประมาณ 15 นาที กุ้งจะขาวขึ้นและกลิ่นคาวหายไป
9. ต้มผักให้กรอบ : ผสมน้ำส้มสายชู 1 - 2 ช้อนโต๊ะลงในน้ำต้มผัก ผักจะกรอบและมีสีเขียวสดใส
10. ต้มปลาไม่ให้เนื้อแตก : ผสมน้ำส้มสายชู 1 - 2 ช้อนโต๊ะลงในน้ำต้มปลา เนื้อปลาจะไม่แตกจากกัน
นอกจากนี้ใครใช้น้ำส้มสายชูทำอะไรอีกบ้าง มาแชร์กันได้ครับ

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เปลี่ยนหมอนเหลืองๆ สกปรกๆ ให้กลับมามีชีวิตใหม่

เปลี่ยนหมอนเหลืองๆ สกปรกๆ ให้กลับมามีชีวิตใหม่ Read more: http://howto.spokedark.tv/2014/04/15/how2-wash-yellowed-pillows/#ixzz3I0jAflmx Follow us: @spokedarktv on Twitter | spokedarktv on Facebook.... อ่านต่อได้ที่ : http://howto.spokedark.tv/?p=1149

วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิธีไล่แมลงสาบ..โดยใช้ใบกระวาน

วิธีไล่แมลงสาบ..โดยใช้ใบกระวาน
  • วันที่ 17 ตุลาคม 2557 เวลา 14:40 น.   

วิธีไล่แมลงสาบ..โดยใช้ใบกระวาน



         เพื่อนๆที่บ้านมีปัญหาแมลงสาบเพ่นพ่าน ยั๊วเยี๊ยน่ารังเกลียดแล้วหล่ะก็ วันนี้เรานำเอาวิธีการปราบแมลงสาบให้ไปให้พ้นบ้านเรามาฝากกันค่ะ โดยสิ่งที่ใช้นั้นบอได้เลยว่าไม่เจือปนสารพิษใดๆ นั่นก็คือเจ้า “ใบกระวาน” นั่นเอง

        เนื่องจาก ใบกระวานมีกลิ่นเฉพาะตัวที่แมลงสาบทนไม่ไหว เพียงแค่เรานำใบกระวานไปวางไว้ตามจุดสุ่มเสี่ยงต่อการมีแมลงสาบมาเพ่นพ่าน แค่นี้แมลงสาบก็จะหายไปจากบ้านเพื่อนๆกันแล้วค่ะ ลองเอาวิธีนี้ไปทำกันดูนะคะ

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิธีซักผ้าขนหนูให้นุ่มนิ่มด้วย "เบกกิ้งโซดา"

           เพื่อนๆคนไหนที่มีปัญหาซักผ้าขนหนูแล้วเกิดการแข็งของผ้าแล้วหล่ะก็ วันนี้เรานำวิธีการซักผ้าขนหนูที่ทำให้ผ้านิ่มแถมหอมอีกด้วย ไปดูกันเลยว่าจะมีวิธีการทำอย่างไร

อุปกรณ์

             น้ำยาซักผ้า

             เบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวง

             น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง

             น้ำยาปรับผ้านุ่ม

วิธีซักผ้าขนหนู

             1. เตรียมซักผ้าขนหนูตามปกติ เทเบกกิ้งโซดาลงไปในเครื่องซักผ้า จากนั้นเทน้ำยาซักผ้าลงไป แล้วจึงใส่ผ้าขนหนูลงไปอย่างสุดท้าย เบกกิ้งโซดาจะช่วยให้ผ้าขนหนูหอมสะอาด แถมนุ่มขึ้นด้วย

             2. ขั้นตอนที่ต้องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มลงไป ให้คุณเปลี่ยนมาใส่น้ำส้มสายชูที่เตรียมไว้แทน น้ำส้มสายชูจะช่วยทำให้ผ้าขนหนูนุ่มนิ่มและหอมสะอาดค่ะ

             3. เมื่อผ้าขนหนูอยู่ในระหว่างทิ้งน้ำและกำลังจะปั่นแห้ง ให้หยุดโปรแกรมเครื่องซักผ้าแล้วจับปลายผ้าขนหนูและสะบัดผ้าขนหนูแรง ๆ หลาย ๆ ที เนื้อผ้าขนหนูจะพองฟูขึ้น

             4. ใส่น้ำยาปรัขผ้านุ่มลงไป เดินเครื่องให้ทำงานตามปกติ

             5. ก่อนตากผ้าขนหนูให้สะบัดผ้าขนหนูแรง ๆ อีกครั้ง แล้วแขวนตากตามสะดวกจนผ้าขนหนูแห้งสนิท

            เพียงเท่านี้ เราก็จะได้ผ้าขนหนูที่ทั้งหอมทั้งนิ่มใช้กันแล้วค่ะ  ลองไปทำตามดูนะคะเพื่อนๆทุกคน


http://www.smartsme.tv/breaking_detail.php?id=9136



วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

พบวิธีแก้ปัญหานกพิราบแบบบังเอิญ คือ เอาหนังสือพิมพ์ชนิดหนาปูพื้น (เอากระดาษออก นกกลับมา ปูใหม่นกหายไป) ทำไมเป็นแบบนั้น

พบวิธีแก้ปัญหานกพิราบแบบบังเอิญ คือ เอาหนังสือพิมพ์ชนิดหนาปูพื้น (เอากระดาษออก นกกลับมา ปูใหม่นกหายไป) ทำไมเป็นแบบนั้น
ขอมาบอกเล่า วิธีแก้ปัญหา อึนกพิราบ ที่ค้นพบมาแบบบังเอิญ และใช้ได้ผลมาเป็นปีๆค่ะ ( มีคำถามด้วยว่า ทำไมถึงเป็นแบบนั้น ? )

ห้องนอนของเรา มีระเบียงขนาดเล็ก พอเปิดประตูออกไป ก็จะมีระเบียงแคบๆ เอาไว้ตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์  สมัยก่อน นกพิราบจะบินโฉบลงมา แล้วอุจจาระรดพื้นระเบียงจนเต็มไปหมด มันแย่มาก

อยู่มาวันหนึ่ง เราเหนื่อยกับการทำความสะอาด ที่ต้องมาขัดพื้น เทน้ำและทำอะไรวุ่นวายเปียกแฉะ  เราเลยเอากระดาษหนังสือพิมพ์ชนิดหนา ที่มีอยู่แล้ว ( ยี่ห้อที่พิมพ์ 4 สี กระดาษมันจะหนาๆหน่อย ) ปูลงไปคลุมทับพื้นที่ เอาเทปกาวติดคร่าวๆ กะว่าเดี๋ยวถ้าสกปรก ก็จะแค่แกะกระดาษทิ้ง เปลี่ยนกระดาษเอา

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราไม่เห็นอุจจาระของนกพิราบบนหนังสือพิมพ์ เวลาก็ผ่านไปหลายเดือน มันก็ยังไม่มีค่ะ ทั้งๆที่นกยังคงเกาะอยู่ตามเสาไฟฟ้าหน้าระเบียงนั่นแหละ  นกยังอยู่บนหลังคา แต่นกไม่มาอุจจาระตรงระเบียง ที่มีกระดาษปูทับค่ะ

ทีนี้ เวลาผ่านไป กระดาษมันชักจะเก่า เราเลยแกะออกทิ้ง แต่วันที่เราแกะกระดาษออก เรายุ่ง เลยยังไม่ได้ปูกระดาษใหม่ ปล่อยพื้นระเบียงเป็นพื้นกระเบื้องตามเดิม คิดว่านกคงไม่มาแล้วมั้ง ?

แต่ที่ไหนได้ พอเอากระดาษออก นกกลับมา อึเต็มพื้นเลยค่ะ  เราก็เลยลงมือทำความสะอาด แล้วเอากระดาษชนิดเดิมปูทับพื้นที่อีกครั้ง ระยะเวลาผ่านไปหลายเดือน ก็ไม่มีอุจจาระนกเลยค่ะ คือมันแปลว่า ไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญแน่ๆ มันมีเหตุผล และใช้ได้ผลค่ะ

*** เราคาดเดาเอาเองว่า เมื่อเอากระดาษหนังสือพิมพ์ชนิดหนาปูพื้น นกมันจะเดินบนกระดาษลำบาก ประมาณว่า กระดาษมันจะลื่นๆ กว่าพื้นกระเบื้อง หรือไม่ก็แลดูกรอบแกรบๆ สำหรับนก นกจึงไม่ชอบ นกพิราบน่าจะมีอุ้งเท้าที่ไม่เหมาะจะเดินบนพื้นแบบนี้ ***

คิดว่ายังไงคะ ?  ใครสนใจลองเอาไปทำตามดูนะคะ สำหรับเรา มันได้ผล และไม่ใช่เรื่องบังเอิญค่ะ
http://pantip.com/topic/32661841

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

คนชอบเส้นไม่ควรพลาด กับวิธีการทำเมนู "ยำขนมจีนรวมมิตร"

คนชอบเส้นไม่ควรพลาด กับวิธีการทำเมนู "ยำขนมจีนรวมมิตร"
  • วันที่ 12 กันยายน 2557 เวลา 15:05 น.   
              เส้นขนมจีนเป็นวัตถุดิบที่เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ทำอาหารได้หลากหลายประเภท แถมอร่อยอีกด้วยนะคะ วันนี้ทางเรามีเมนูขนมจีนมาฝาก มาดูกันว่าเราจะนำเส้นขนมจีนมาประยุกต์ทำอะไร ตามมาเลยคะ
              เมนูจากเส้นขนมจีนของเราวันนี้ คือ "ยำขนมจีนรวมมิตร" มาดูกันว่าเมนูจะถูกใจทุกคนกันไหม
              
ขอบคุณภาพประกอบจาก nemnam.bloggang.com
ส่วนผสมที่เราต้องเตรียมนะคะ
1. หมึกสด
2. ไส้กรอกหมู
3. ลูกชิ้นปลา
4. พริกขี้หนู
5. มะนาว
6. น้ำปลา
7. น้ำตาล
8. แครอท
9. มะเขือเทศ
10. หอมใหญ่
11. ผักขึ้นฉ่าย
12. ผักกาดหอม

วิธีการทำง่ายมากๆเลยคะ
1. ลวกกุ้ง ปลาหมึก ลูกชิ้นและไส้กรอกเตรียมไว้ รวมถึงเส้นขนมจีนที่เป็นวัตถุดิบหลักของเรา
            
            
2. ต่อมาเราจะมาทำน้ำยำ โดยการใส่น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล พริกขี้หนู คนผสมให้เข้ากันปรุงรสตามใจชอบกันเลยคะ
            
3. ใส่ของที่เราลวกไว้พวกกุ้ง ปลาหมึก ลูกชิ้น ไส้กรอกลงไปในน้ำยำผสมให้เข้ากัน
            
4. ใส่เส้นขนมจีนเพิ่มลงไป คลุกเคล้าให้ส่วนผสมกลมกล่อม
            
5. ใส่ผัก เช่น แครอท หอมใหญ่ มะเขือเทศ ขึ้นฉ่าย คนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
            
6. ตักใส่จากพร้อมเสิร์ฟได้เลยค้า
            
           น่าทานมากๆเลยใช่ไหมละคะ เห็นแบบนี้จะรอช้าอยู่ได้ยังไงทั้งทำง่าย แถมอร่อยอีกต่างหากเย็นนี้อย่าลองทำทานกับครอบครัวกันนะคะ
ที่มา : Smart SME
http://www.smartsme.tv/breaking_detail.php?id=7990

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

เมนูอาหารสุดแซ่บ " ยำขนมจีนปลาทูน่าฟู " ที่แซ่บและง่ายใครๆก็ทำได้

เมนูอาหารสุดแซ่บ " ยำขนมจีนปลาทูน่าฟู " ที่แซ่บและง่ายใครๆก็ทำได้


                 

ขอบคุณภาพประกอบและเนื้อหาจาก คุณมัสหมั่นแดนใต้ Pantip.com

              สาวๆที่ชอบทานอาหารประเภทยำ รสแซ่บๆ เปรี้ยวจี๊ด ถึงใจแต่เบื่อยำแบบเดิมๆที่เคยกินมา และต้องการลิ้มลองยำแบบใหม่ วันนี้เรานำเมนูยำแนวใหม่มาฝากสาวๆกันคะ ไว้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรับประทาน

เครื่องปรุงและวัตถุดิบที่เราต้องเตรียม

1. ขนมจีนและถั่วฝักยาวซอยหยาบ

        

2. หอมแดงซอย

        

3. พริกขี้หนูซอย

4. พริกขี้หนูป่น

        

5. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

                          

6. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

7. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

8. น้ำบูดูต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ

9. ทูน่าใช้ทูน่ากระป๋อง บีบน้ำมันออกให้หมดแล้วนำมาคลุกกับแป้งทอดกรอบ

       

             ส่วนขั้นตอนการทำง่ายมากๆเลยคะน้ำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสเปรี้ยวเผ็ดได้ตามใจชอบเลย ง่ายใช่ไหมละคะเมนูที่ได้นำมาฝากสาวๆในวันนี้ ใครมีเวลาว่างอยากลองทำเมนูอาหารใหม่ๆำำไว้ทานเป็นอาหารว่างก็อย่าืลืมนำไปลองทำทานกันดูนะคะ

                      

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

สิวยุบง่ายๆเพียงชั่วข้ามคืน !


http://smartsme.tv/breaking_detail.php?id=7616

ผิวใสไร้สิวด้วย ‘โยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่’

ผิวใสไร้สิวด้วย ‘โยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่’
  • วันที่ 8 กันยายน 2557 เวลา 14:39 น.   

ผิวใสไร้สิวด้วย  ‘โยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่’         

            ใครที่ชอบกลิ่นหวานอมเปรี้ยวของสตรอเบอร์รี่ คงถูกใจกับ "สูตรรักษาสิว" วันนี้ เพราะเรามีสูตรมาร์คหน้าด้วยผลสตอรเบอร์รี่มาฝาก “วัยรุ่นที่เป็นสิว”เหมาะกับ "ผิวระคายเคือง แพ้ง่าย" เมื่อมาส์กแล้วผิวหน้าจะ "ขาวใส" แถมมาอีกด้วยนอกจากนี้ยัง "รู้สึกผ่อนคลาย" แบบไม่ต้องพึ่งทิชชูมาส์กหน้าเลยจ้า

วิธีการง่ายๆ ดังนี้

1. นำผลสตรอเบอร์รี่มาล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นๆ  จากนั้นนำไปคลุกเคล้ากับโยเกิร์ตสูตรธรรมชาติ

2. นำมาทาให้ทั่วใบหน้า เว้นดวงตา และปาก ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที

3. ล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือ ล้างด้วยโฟมล้างหน้าที่ใช้ประจำ

http://www.smartsme.tv/breaking_detail.php?id=7794

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หุงข้าวยังไงไม่ให้บูด++เป็นวิทยาทาน

++หุงข้าวยังไงไม่ให้บูด++เป็นวิทยาทาน
- วันนี้แม่บ้านคนไหนที่มีเรื่องกังวลใจหรือกลุ้มใจในเรื่องของหุงข้าวไม่ทันไรข้าวก็บูดเสียแล้ว ซึ่งหลายคนนั้นคิดว่าการที่เราเคยทิ้งข้าวให้บูดคาหม้อครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งต่อไปข้าวที่คุณนั้นหุงอีกก็อยู่ได้ไม่นานแล้วจะบูดอีก ซึ่งความคิดนี้เป็นความจริง และเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะมีเชื้อสปอร์ของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารบูดเสียตกค้างอยู่ในหม้อหุงข้าว แม้ว่าเรานำหม้อมาล้างด้วยน้ำยาล้างจานสูตรฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เป็นอย่างดีแล้วก็ตาม เชื้อจุลินทรีย์เล่านี้ก็ถูกขจัดออกไปไม่หมด และวันนี้ผู้เขียนมีเคล็ดลับ หุงข้าวยังไงไม่ให้บูด มาฝาก
- วิธีที่ 1 ใส่น้ำส้มสายชูลงไป 1 ช้อนชา แล้วกดหุงตามปกติ ที่ทดลองก็หุงข้าว 2 ถ้วย รสชาติก็ไม่มีอะไรแปลกไป ไม่มีรสเปรี้ยว ข้าวจะอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ 4-5 วัน โดยที่ไม่มีกลิ่น ไม่แฉะ ไม่บูด
- วิธีที่ 2 นำหม้อที่บูดใส่เกลือ ที่อยู่ในครัว นำมาใส่ในหม้อผสม แล้วทิ้งไว้ประมาณ1-2 ชม.เสร็จแล้ว แล้วล้างหม้อให้สะอาด นำไปหุงเหมือนเดิม ครั้งต่อไป จะล้างหม้อใส่เกลือผสมกับน้ำล้างตามปกติ ประมาณ 2-3 ครั้ง หม้อที่บูดก็จะหายบูด
- วิธีที่ 3 ให้ทำความสะอาดหม้อหุงข้าวด้วยน้ำยาล้างจาน และน้ำสะอาดตามวิธีปกติก่อน 1 ครั้ง จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงในหม้อหุงข้าวประมาณ 2 ถ้วยตวง และกดปุ่ม Cook เป็นระยะเวลานาน 15 นาที (สำหรับหม้อหุงข้าวขนาดครัวเรือน) จะสามารถช่วยทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่ตกค้างอยู่ได้ และช่วยแก้ปัญหาข้าวบูดเสียง่ายกว่าปกติ —

ต้องลอง! 10 วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสัญญาณ Wi-Fi ให้แรงขึ้นได้

ต้องลอง! 10 วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสัญญาณ Wi-Fi ให้แรงขึ้นได้

ที่มา http://www.whatphone.tv/
ปัญหาของใครหลายๆคนพบเจอกันเป็นอยู่ประจำนั้นเกี่ยวกับ Wi-Fi ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณอ่อน อินเตอร์เน็ตช้า สัญญาณล่มบ้างละ ปัญหาอื่นอีกต่างๆนาๆ ทำให้ส่งผลต่อการทำงาน เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง วันนี้จะมานำเสนอวิธีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสัญญาณ Wi-Fi ให้แรงขึ้นได้เราไปดูกันกันเลย 

1.ปิดพัก ROUTER ซะบ้าง

1

การทำงานข้ามวันข้ามคืนอย่างหนัก ก็ส่งผลให้อืดได้เช่นกัน เหมือนกับคอมพิวเตอร์ทั่วไปนั่นแหละ ฉะนั้นก็ควรจะปิดให้มันได้พักผ่อนซะบ้าง ปิดหลังจากที่ไม่ได้ใช้แล้วก็ดี พอจะใช้ก็ค่อยเปิดใหม่

2.หาเราเตอร์อีกตัวมาช่วยกระจายสัญญาณ

2

หากบ้านใครกว้างมากๆ ตัวปล่อยสัญญาณตัวเดียวคงไม่ทั่วถึงแน่ๆ ลองหาตัวช่วยย้ำสัญญาณหรือช่วยกระจายสัญญาณ (Access Point) มาทำหน้าที่เป็น repeater ส่งต่อสัญญาณให้ทั่วทั้งบ้าน

3.ใช้อุปกรณ์เร่งสัญญาณ

3
ในเราเตอร์บางรุ่น สามารถใช้เฟิร์มแวร์เสริมความแรงได้ อย่างเช่นจำพวก DD-WRT, Tomato ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเราเตอร์ สามารถเร่งความเร็วชิปให้เพิ่มขึ้นได้

4.ใช้กระป๋องเบียร์ช่วย

4
ไม่ได้ให้เทเบียร์กระป๋องราดตัวปล่อยสัญญาณแต่อย่างใดนะครับ วิธีการก็คือตัดกระป๋องเบียร์แผ่ออกให้เหมือนในรูป (กระป๋องอะไรก็ได้) จะช่วยบังทิศทางของสัญญาณได้ วิธีนี้ได้ผลมาแล้วจริงๆ นะ (มีคนลองมาแล้ว)

5.จัดการกับแบนด์วิดธ์

5
ในตัวปล่อยสัญญาณบางรุ่นจะมีระบบจัดการแบนด์วิดธ์มาให้ สามารถกำหนดความเร็วให้เหลือนิดเดียวสำหรับพวกโหลดบิทหรือเล่นเกมออนไลน์ได้ คนอื่นก็จะได้ใช้อย่างสบายใจบ้าง

6.ใช้ระบบการรักษาความปลอดภัยที่สูงที่สุด ป้องกันคนมาขโมยเล่น

6
ถึงจะมีการตั้งรหัสผ่านไว้ป้องกันคนอื่นมาแย่งเล่นฟรีๆ ไว้แล้ว ยังไง๊ ยังไง ก็ต้องมีคนพยายามแฮ๊กเข้ามาเล่นให้ได้อยู่ดี ฉะนั้นควรเลือกใช้ระบบการเข้ารหัสที่ดีที่สุด จำพวก WEP, WPA เป็นต้น และก็ควรตั้งรหัสยากๆ เข้าไว้ อย่างเช่นการผสมตัวอักษรและตัวเลข ตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ การใส่อักขระพิเศษ และที่สำคัญคือการเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ

7.วางไว้ห่างจากโทรศัพท์บ้าน

7
คลื่นความถี่ที่ตัวปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ใช้ส่วนใหญ่ก็จะเป็น 2.4 GHz เป็นคลื่นเดียวกันกับโทรศัพท์บ้านเลย ถ้าวางไว้ใกล้ๆ กันก็อาจจะรบกวนสัญญาณกันได้

8.เคลียร์ช่องสัญญาณให้ว่างมากที่สุด

8

รถเยอะ การจราจรก็ติดขัด Wi-Fi ก็เป็นเหมือนกัน คนใช้เยอะก็ต้องแย่งสัญาณกันใช้ วิธีการง่ายๆ ก็คือตั้งรหัสผ่านไว้ซะ ป้องกันคนแย่งใช้ หรือหากเป็นสัญญาณที่แชร์กันหลายๆ ช่อง ก็ลองเปลี่ยนไปใช้สัญญาณของช่องอื่นๆ ก็ได้

9.เลือกวาง ROUTER ไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม

9

อีกปัญหาใหญ่หลวงของสัญญาณหายหรือสัญญาณไม่แรง ก็คือจุดปล่อยคลื่นเป็นมุมอับ กระจายสัญญาณได้ไม่ดี ลองย้ายเปลี่ยนตำแหน่งดูบ้าง วางไว้ในที่ๆ กว้างซักหน่อย การกระจายของสัญญาณก็จะทั่วถึงมากขึ้น

10.เลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด

10
แน่นอนว่าของใหม่ล่าสุดย่อมดีกว่าของเก่าเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค สมาร์ทโฟน หรือแม้ตัวส่งสัญญาณ Wi-Fi ก็ตาม ฉะนั้น ก็ควรจะเปลี่ยนตัวปล่อยสัญญาณตามกาลเวลาบ้าง

วิค วาโปรับ ทำได้กว่าที่คุณคิด

ใต้วงแขนขาวด้วยมะนาว

วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทำสวนแค่ 1 ไร่ มีรายได้เดือนละกว่า 7 หมื่นบาท!” ปฐมบทของศูนย์การเรียนรู้ฯ จากหนี้สินกว่า 4 ล้านบาท ปลดหนี้ภายใน 4 ปี

http://www.topmyjob.com/%E2%80%9C%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88-1-%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%88-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%80/


ทำสวนแค่ 1 ไร่ มีรายได้เดือนละกว่า 7 หมื่นบาท!” ปฐมบทของศูนย์การเรียนรู้ฯ จากหนี้สินกว่า 4 ล้านบาท ปลดหนี้ภายใน 4 ปี

“ทำสวนแค่ 1 ไร่ มีรายได้เดือนละกว่า 7 หมื่นบาท!” ปฐมบทของศูนย์การเรียนรู้ฯ จากหนี้สินกว่า 4 ล้านบาท ปลดหนี้ภายใน 4 ปี
ข้าพเจ้าเคยเล่นการเมืองท้องถิ่น(อบต.) อยู่ 2 สมัย ตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาดข่า ใน 2 สมัยนั้นหมายถึง 8 ปี (พ.ศ.2540-2548) ข้าพเจ้าไม่มีเวลาไปประกอบอาชีพเลย เงินเก่าที่สะสมไว้ก็หมด และต้องกู้ยืมจากเพื่อนบ้าน วันแล้ววันเล่า จนทำให้ ข้าพเจ้านำครอบครัวเข้าสู่หนี้สินถึงจำนวนกว่า 4 ล้านบาท
จากนั้นตัดสินใจลงเวทีการเมือง มามองเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ตามปรัชญา ของพระองค์ท่าน ในหลวงของเรา ข้าพเจ้ามีพื้นฐานอยู่คือ มีที่ทำกินอยู่ 65 ไร่ เป็นมรดกจากคุณพ่อที่แบ่งเอาไว้ให้ เมื่อปี พ.ศ.2534 และหลังจากนั้นก็พยายามทำสวนอยู่บ้างแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะไม่มีเวลาทำ ดินก็แห้งแล้ง และแหล่งน้ำก็ไม่พอ
อาชีพเกษตรที่น่าสนใจ1มีอยู่วันหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ปรึกษากับภรรยาของข้าพเจ้า และถามเธอว่า ตื่นเช้ามาแต่ละวันเธอจะต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นลูกสาว 2 คนกำลังเรียนอยู่ คนโตอยู่มหาวิทยาลัย อีกคนเล็กอยู่มัธยมใกล้บ้าน ภรรยาข้าพเจ้าตอบว่า จะต้องใช้ประมาณวันละ 1,000 บาท เพราะรวมถึงผ่อนดอกเบี้ยเงินกู้เขาด้วย ข้าพเจ้าได้คิดหนักอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ แต่ข้าพเจ้าวางกรอบให้ตนเองคิด หาเงินอยู่เฉพาะในที่ดินของตนเองเท่านั้น จะต้องใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ให้เวลามากๆ กับลูกๆ ไม่คิดที่จะไปหาเงินจากต่างถิ่น
ในที่สุดข้าพเจ้าก็คิดออก  โดยเริ่มต้นปลูกพริก 2 งาน ทำฟาร์มเห็ด 4 ฟาร์ม ในเนื้อที่ 1ไร่ เริ่มจากการไถพรวนดินยกร่อง กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวตามแนวที่ดินได้ประมาณ 20 แปลง ปลูกพริกสายพันธุ์พริกส้ม ลักษณะเมล็ดดิบสีทอง เมื่อสุดสีออกส้ม รสเผ็ด จุดเด่นคือกลิ่นหอม ดูแลรักษาง่าย ที่ดินอีกส่วนหนึ่งข้าพเจ้าได้ทำฟาร์มเห็ด เพื่อเปิดดอกเอง จำนวน 4 ฟาร์ม กว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร จะได้ก้อนเห็ดฟาร์มละ 5,000 ก้อน รวมจำนวน 20,000 ก้อน เป็นเห็ดนางฟ้าภูฐาน และเห็ดฮังการี่
เมื่อพริกอายุได้ประมาณ 3 เดือนก็เริ่มเก็บผลผลิตได้ ข้าพเจ้าตื่นแต่เช้า กับภรรยาคู่ชีวิตของข้าพเจ้า ใช้เวลาเก็บพริก ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 3 โมงเช้า (06.00น.-09.00น.) เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ได้พริกคนละ 10 กก. รวมเป็น 20 กก. ขายส่งกก.ละ 50 บาท เพราะเราทำเป็นพริกอินทรีย์ ราคาไม่มีตกกว่านั้น รวมเป็นเงิน 1,000 บาท ส่วนเห็ดนั้น ได้เริ่มเก็บผลผลิตตั้งแต่ เอาเข้าฟาร์มได้ 1 เดือน ฟาร์มเห็ด 4 ฟาร์ม แบ่งเป็นฮังการี 2 ฟาร์ม นางฟ้าภูฐาน 2 ฟาร์ม เก็บดอกเห็ดได้เฉลี่ยวันละ 40 กก. ราคากก.ละ 30 บาท รวมเป็นเงิน 1,200 บาท
อาชีพเกษตรที่น่าสนใจ2ดังนั้นในที่ดิน 1 ไร่ ของข้าพเจ้า แต่ละวันได้จากพริก 1,000 บาท ได้จากเห็ด 1,200 บาท รวมเป็นเงินวันละ 2,200 บาท หรือเดือนละ 66,000 บาท ซึ่งไม่ได้รวมถึง ช่วงไหนราคาพริกขึ้น หรือราคาเห็ดเพิ่มขึ้น ฉะนั้นข้าพเจ้าก็เลยเห็นทางออก และสามารถที่จะส่งลูกเรียนจบ ปริญญาตรี ได้ทั้ง 2 คน โดยไม่ได้ยืมจากกองทุนการศึกษาของรัฐบาลเลย ทั้งยังสามารถปลดหนี้สิ้นทั้งหมดได้ภายในเวลา 4 ปี
สุดท้ายนี้อยากจะให้กำลังใจ สำหรับพี่น้องที่เข้ามาอ่าน ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรานั้น มีทางออกอยู่หลายทาง และอีกทางออกหนึ่ง ภายใต้ปรัชญาแนวคิดเศรษฐ์กิจพอเพียง ของพระองค์ท่าน ในหลวงของพวกเรา สามารถเป็นหนึ่งทองออกที่ดีที่สุดและมั่นคงด้วย
ถ้าหากเรื่องนี้หรือเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนไว้นี้ มีท่านทั้งหลายได้เข้ามาอ่าน ข้าพเจ้าขออุทิศ บุญกุศลส่วนนี้ให้กับพระองค์ท่าน ในหลวงของเรา ให้พระองค์ท่าน มีพลานามัยที่สมบูรณ์ยิ่งๆขึ้นไป และขออุทิศให้กับ คุณพ่อเพลิน อินทรชัยศรี(เสียชีวิต) และคุณแม่ชม อินทรชัยศรี(ยังมีชีวิตอยู่) ผู้ซึ้งเป็นคุณพ่อและคุณแม่ของข้าพเจ้า ที่ได้มอบที่ดินมรดกตรงนี้ให้กับข้าพเจ้าและครอบครัว
ถ้าหากท่านสนใจในเรื่องราวมากกว่านี้ กรุณาติดตามบทความต่อไปได้ ในแฟนเพจแห่งนี้ หรือสนใจเรียนรู้ในสถานที่จริง ก็ไปเที่ยวสวนของข้าพเจ้าได้ ตามที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ที่เขียนเอาไว้
ผู้เขียน : เฉลิมชัย อินทรชัยศรี
facebook : http://www.facebook.com/LoeiCSL

“ทำสวนแค่ 1 ไร่ มีรายได้เดือนละกว่า 7 หมื่นบาท!” ปฐมบทของศูนย์การเรียนรู้ฯ จากหนี้สินกว่า 4 ล้านบาท ปลดหนี้ภายใน 4 ปี

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เบกกิ้งโซดา

1.ขจัดกลิ่นปาก

ผสมเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา กับน้ำ 1 แก้ว นำมาบ้วนปาก แล้วบ้วนน้ำเปล่าตามตอนท้าย

 

2.ฟันขาวด้วยเบกกิ้งโซดา

ผสมเบกกิ้งโซดากับยาสีฟันแล้วนำมาแปรงฟันตามปกติ ไม่แนะนำให้ทำทุกวันเพราะอาจทำลายสารเคลือบฟันเราได้

 

3.สคลับแบบง่าย

ผสมเบกกิ้งโซดา 3 ส่วน กับ น้ำเปล่า 1 ส่วน สคลับในส่วนที่เราต้องการ ได้ทั้งใบหน้าและลำตัว

 

4. ทำความสะอาดแปรงและหวี

เบกกิ้งโซดาสามารถขจัดน้ำมันต่างๆ ได้ดี หวีของเราก็มีน้ำมันจากหนังศีรษะ ทำให้ผมสกปรก โดยผสมน้ำ 1 ถ้วย เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา แล้วแช่หวีและแปรงไว้สักพัก แล้วนำมาล้างน้ำเปล่า

 

5. กำจัดกลิ่นเท้า

ผสมเบกกิ้งโซดา 3 ช้อนโต๊ะ กับน้ำให้เต็มกะละมัง แช่เท้าก่อนนอน 15 นาทีทุกวัน

 

6. ทำความสะอาดไมโครเวฟ

ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำแล้วเอาพามาชุบหมาดๆ แล้วเช็ด คราบสกปรกในไมโครเวฟได้

 

7. ขจัดกลิ่นโถส้วม

เทเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยลงไปที่โถ ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง ก่อนจะกดชักโครก

 

8. ขจัดกลิ่นกระเทียมติดมือ

สำหรับคนทำอาหารมักจะมีกลิ่นติดมือ ตอนล้างมือให้ถูด้วยเบกกิ้งโซดา สามารถช่วยขจัดกลิ่นได้

 

9. ทำให้ดอกไม้สดได้นาน

ใส่เบกกิ้งโซดาลงไปในแจกัน 1 ช้อนชา ก็ช่วยให้ดอกไม้สดได้นานขึ้น

 

10. ห้องรับแขกกลิ่นสดชื่น

ผสมเบกกิ้งโซดาเข้ากับน้ำ แล้วหยดน้ำหอมระเหย แล้วสเปรย์ทั่วๆ ห้อง ช่วยขจัดกลิ่นอับชื้น

 

11. ล้างผักสะอาดปลอดสารพิษ

ผสมเบกกิ้งโซดา 1/4 ถ้วย ใส่น้ำเต็มกะละมัง แช่ผักไว้ 10 นาที  แล้วล่างให้สะอาด ช่วยลดสารพิษในผักได้เยอะมากทีเดียว


12. ทำความสะอาดหม้อและกระทะ

วิธีที่ 1 : ผสมเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำร้อนและน้ำยาล้างจาน แล้วแช่กระทะลงไป 3 นาทีแล้วล้างปกติ

วิธีที่ 2 : เอาน้ำใส่กระทะหรือหม้อใส่เบกกิ้งโซดาลงไป 2 ช้อนโต๊ะ ตั้งไฟแล้วเคี่ยว 15 นาที สำหรับหม้อที่มีคราบไหม้

วิธีที่ 3 : ผสมเบกกิ้งโซดา 3 ส่วน น้ำเปล่า 1 ส่วน ใช้สก๊อตไบรท์ล้างตามปกติ


Cr:sme smart

รีวิวการเพาะถั่วงอกปลอดสารเพื่อเป็นอาชีพเสริมครับ cr:http://pantip.com/topic/32368476

สวัสดีครับ วันนี้ผมมารีวิวการเพาะถั่วงอกตัดราก ปลอดสารเคมี ระบบอัตโนมัติ ไม่ใช้กระสอบ ระบบน้ำหมุนเวียน ใช้น้ำน้อย อ้างอิงจากhttp://goo.gl/CepHs9

0. เตรียมอุปกรณ์ดังนี้ครับ

ในรูปบอกว่าให้เตรียมตาข่ายพลาสติก 6 ชุด สำหรับเพาะ 5 ชั้นนะครับ ถ้าจะเพาะเต็มที่ 6 ชั้น ใช้ 7 ชุดครับ


1. แช่ถั่วเขียวก่อนนอน
ผมใช้ถั่วเขียวผิวมันเป็นหลักครับ เพราะเปลือกถั่วหลุดง่าย แล้วก็รสชาติที่ผมชอบ ฮ่า ผมใช้ถั่วเขียว 8 ขีด สำหรับเพาะ 6 ชั้น ให้ได้ ถั่วงอก 5 กก. หรือ 6 เท่ากว่าๆ ที่สำคัญตอนแช่ถั่วคือต้องล้างสิ่งสกปรกออกให้หมดครับ เมล็ดแตก เปลือกหลุด มอดกิน เป็นรู ซาวหลายๆน้ำให้แน่ใจว่าเหลือแต่เมล็ดที่สมบูรณ์ครับ จากนั้นก็ใส่น้ำแช่ไว้ น้ำเยอะหน่อยนะครับ สูงจากถั่วซัก 2 นิ้ว


เช้ามาถั่วจะพองตัวฟูขึ้นมาแบบนี้ครับ


สังเกตุว่ามีรากหน่อยๆแล้ว ใช้ได้ครับ



2. เตรียมถังเพาะ
2.1) เตรียมปั๊มครับ ปั๊มที่ผมให้ในชุด เป็นตัว yamano sp-2600 อัตราการสูบน้ำ 2000 ลิตร ต่อชม. (อย่าไปเชื่อครับ มันไม่ถึงหรอก) เอามาต่อกับข้อต่อสายยางใส 6 หุน แล้วต่อสายยาง 5 หุนอีกทีครับ


2.2) หย่อนลงถังโลด


2.3) ใส่ตะกร้าครับ ขอบตะกร้าจะแขวนอยู่บนฝาถังพอดี สายยางก็สอดผ่านหูตะกร้าขึ้นมาครับ ส่วนสายไฟของปั๊มก็เอาขอบตะกร้าทับไว้ครับ


2.4) เติมน้ำ โดยให้ระดับน้ำต่ำกว่าก้นตะกร้าประมาณ 1 นิ้วครับ ถ้าจะใส่ EM ก็ใส่ตอนนี้ครับ 2 ฝา แต่ผมไม่ได้ใส่นะ ปลอดสารสุดๆ


3. จัดชั้นถั่ว
3.1) เตรียมตะแกรง 5 มม. กับ 2 มม. อย่างละ 7 แผ่นสำหรับการเพาะ 6 ชั้นครับ จัดเรียบเป็นชุด ตะแกรง2มม.อยู่ล่าง 5มม. อยู่บน




3.2) แล้วนำถั่วมาแบ่งให้เท่าๆกันครับ


3.3) แล้วเกลี่ยกระจายออก ให้ซ้อนกันน้อยที่สุด


3.4) ระหว่างที่เกลี่ย หากพบเมล็ดแตกหักเสียหาย ก็ให้เอาออกครับ


เมล็ดบางส่วนเปลือกแตก แต่ยังดี รากงอก ก็เอาไว้นะครับ


3.5) จากนั้นเอาลงตะกร้าครับ วางซ้อนกันเลย ปิดด้วยตะแกรงชุดที่เหลือ


4. ปิดถังต่อกับเครื่องตั้งเวลารดน้ำถั่วงอก
4.1) เตรียมฝาถังที่เจาะรู้เรียบร้อยแล้ว ข้อต่อหางปลา PVC ที่พันเทปพันเกลียวแล้ว เข็มขัดรัดสาย หัวบัวรดน้ำ เอาเข็มขัดรัดสายร้อยเข้ากับสายยางก่อนครับ


4.2) สอดหางปลาของข้อต่อ pvc ขึ้นมาจากด้านล่างของฝาถัง แล้วอัดสายยางเข้าไปเลยครับ


4.3) จากนั้นนำเข็มขัดที่ร้อยกับสายยางไว้แล้วมาที่จุดต่อสาย บิดเข็มขัดรัดสายล๊อกเอาไว้


4.4) หงายฝาถังขึ้นก็จะพบข้อต่อ pvc อีกด้านที่พันเทปพันเกลียวไว้


4.5) "หมุน" หัวบัวรดน้ำเข้าไป "ตามเข็มนาฬิกา" จนสุดครับ


4.6) ปิดฝา ดูสายยางให้ตั้งตรง แล้วต่อสายไฟจากปั๊มน้ำเข้าเครื่องตั้งเวลารดน้ำถั่วงอก เปิดโหมด"ไร้กระสอบ" แล้วเสียบปลั๊กของเครื่องตั้งเวลารดน้ำถั่วงอกเข้ากับปลั๊กไฟบ้าน เป็นอันจบพิธี รอ 2 วันมาเก็บครับ


ตรงนี้ใช้เครื่องตั้งเวลาทั่วไป 8 โปรแกรม ก็ได้นะครับ แต่ต้องเพิ่มกระสอบป่านระหว่าตะแกรงแต่ละชั้น แล้วตั้งเวลาให้รดน้ำทุก 3 ชม.
แต่ถ้าใช้เครื่องตั้งเวลารดน้ำถั่วงอกรุ่นนี้ สามารถต่อถังเพาะได้ 20 ถัง ถังละ 5 กก. ก็เท่ากับว่าควบคุมการเพาะได้ถึง 100 กก.ครับ

เป็นอย่างไรครับ ง่ายไหม ติดขัดสงสัยตรงไหนถามได้ครับ นี่ถ่ายรูปแทบจะทุกขั้นตอนเลยนะ

จากนี้รอ 2 วันครับ ค่อยมาเก็บ

.
.
.
.

2 วันผ่านไป ก็จะได้ถั่วงอกคอนโดแบบนี้ครับ


จับตัดรากเลยครับ


แล้วก็ล้างเปลือกครับ ดูคลิปดีกว่า คลิปการล้างเปลือกถั่วงอกครับ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
เรื่องการร่อนเปลือก บางคนใช้ตะแกรง 10 มม. นะครับ ได้เหมือนกัน แล้วแต่จะสรรหาเทคนิกของแต่ละคนเลย

ได้แล้วถั่วงอกขาวๆ


แล้วก็แพ๊คขายครับ


ขายส่งผมจำหน่ายที่ถุงละ 10 บาทครับ ขายปลีกถุงละ 20 บาท ถุงละ 250 กรัมนะครับ

การขายผมจะไม่ค่อยแนะนำขายส่งร้านก๋วยเตี๋ยวนะครับ เพราะเค้าเน้นถูก ของเราเป็นถั่วงอกปลอดสารก็ต้องหาร้านผักปลอดสารไปวางขายครับ ก็จะได้ค่าปลอดสารกลับมาด้วย อีกอย่างก็คือ ถั่วงอกที่ได้จะไม่อวบอ้วนเหมือนถั่วงอกโรงงานครับ และถ้าไม่ตัดรากก็จะมีรากยาวมาก ซึ่งไม่เป็นที่นิยม เพราะคนติดภาพของถั่วงอกอวบอ้วนบวมน้ำรากสั้นไปแล้ว

ซึ่งถ้าจะว่ากันตามตรง ธรรมชาติของต้นถั่วในระยะนี้ รากจะยาวเท่ากับต้น และต้องพุ่งขึ้นหาแสง ก็จะทำให้ถั่วผอม ฉะนั้นผมมองว่าการที่ถั่วงอกมีลักษณะอ้วน รากสั้น จึงเป็นการโตผิดธรรมชาติ ซึ่งแปลว่าจะต้องมีการกระตุ้นด้วยอะไรบางอย่างครับ ซึ่งถ้าสังเกตุดีดี ถั่วงอกโรงงานที่ขายตามท้องตลาดทั่วไป ถ้าวางทิ้งไว้ ถั่วจะดำ และเน่าภายใน 1 วัน แต่ถ้าเป็นระบบธรรมชาติอย่างผม มีแต่จะชูใบเขียวไม่มีเน่าครับ แม้ว่าจะเก็บในตู้เย็นเป็นเดือน ก็จะแห้งตายมากกว่าเน่าเสียครับ

การเพาะถั่วงอกปลอดสาร ระบบน้ำหมุนเวียน ไม่ใช้กระสอบแบบนี้ มีข้อดีตรงที่ไม่ต้องคอยรดน้ำ และประหยัดน้ำมาก (ใช้น้ำแค่ราวๆ 12 ลิตร) แถมใช้เวลาเพาะน้อยลงจาก 60 ชม. เหลือแค่ 48 ชม. ก็เก็บขายได้ ทั้งยังลดโอกาศที่จะเกิดถั่วเน่า เพราะว่าไม่ต้องใช้กระสอบมาคอยเก็บรักษาน้ำให้แล้ว

นอกจากนี้ ด้วยความที่ยังเป็นถั่วงอกที่มีชีวิต โตมาด้วยวิธีธรรมชาติ ย่อมแข็งแรงกว่า เมื่อโดนแสง ถั่วก็จะเริ่มสังเคราะห์แสงและใบก็จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว ดังนั้นเวลาวางขายยังมีอุปสรรคอยู่ถ้าวางถั่วงอกบนชั้นวางเป็นเวลานาน ใบจะเขียว และไม่เป็นที่ต้องการของตลาด (แต่ก็เป็นการการันตีว่าถั่วงอกเราปลอดสารจริง) แต่เมื่อลูกค้าซื้อไปแล้ว สามารถเก็บในตู้เย็นได้นานถึง 7 วัน


ข้อมูลถั่วงอก ดูได้จากเวปนี้ครับ http://mcpswis.mcp.ac.th/html_edu/cgi-bin/mcp/main_php/print_informed.php?id_count_inform=11947
"เรามาดูวิธีการเลือกซื้อถั่วงอกให้ปลอดสารพิษเหล่านี้จะดีกว่า โดยเราจะต้องดูว่า

1. รากจะต้องไม่ยาว (ปลูกโดยใช้ผ้ารองพื้นไม่ใช้น้ำยาเคมี)
2. ควรดูที่เปลือกนอกถั่วมีปะปนอยู่บ้างหรือไม่ (เพราะการแช่สารฟอกสีจะทำให้เปลือกหลุดหมด)
3. หากไปเดินตลาดในเวลาบ่ายหรือค่ำหากยังพบว่ามีสภาพที่พองตัวและขาวอวบ ให้คิดไว้ก่อนว่ามีสารฟอกสี
4. ทางที่ดีที่สุดเมื่อซื้อมาแล้วก่อนจะนำไปบริโภคควรแช่น้ำทิ้งไว้สักประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือจะทำให้สุกก็ได้เช่นกัน จะปลอดภัยมากกว่าการรับประทานดิบๆ"


ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/parttimesprouts
https://www.facebook.com/EmseuTechnology

ขอบคุณครับ
ชื่อสินค้า:   เครื่องเพาะถั่วงอกอัตโนมัติ
คะแนน:     
**SR - Sponsored Review : ผู้เขียนรีวิวนี้ไม่ได้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง แต่มีผู้สนับสนุนสินค้าหรือบริการนี้ให้แก่ผู้เขียนรีวิว โดยที่ผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนอื่นใดในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ 
40 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
เยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 2
สุดยอดครับผม
ความคิดเห็นที่ 3
สุดยอดเห็นแล้วอยากทำมั่งเลย