วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทำสวนแค่ 1 ไร่ มีรายได้เดือนละกว่า 7 หมื่นบาท!” ปฐมบทของศูนย์การเรียนรู้ฯ จากหนี้สินกว่า 4 ล้านบาท ปลดหนี้ภายใน 4 ปี

http://www.topmyjob.com/%E2%80%9C%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88-1-%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%88-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%80/


ทำสวนแค่ 1 ไร่ มีรายได้เดือนละกว่า 7 หมื่นบาท!” ปฐมบทของศูนย์การเรียนรู้ฯ จากหนี้สินกว่า 4 ล้านบาท ปลดหนี้ภายใน 4 ปี

“ทำสวนแค่ 1 ไร่ มีรายได้เดือนละกว่า 7 หมื่นบาท!” ปฐมบทของศูนย์การเรียนรู้ฯ จากหนี้สินกว่า 4 ล้านบาท ปลดหนี้ภายใน 4 ปี
ข้าพเจ้าเคยเล่นการเมืองท้องถิ่น(อบต.) อยู่ 2 สมัย ตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาดข่า ใน 2 สมัยนั้นหมายถึง 8 ปี (พ.ศ.2540-2548) ข้าพเจ้าไม่มีเวลาไปประกอบอาชีพเลย เงินเก่าที่สะสมไว้ก็หมด และต้องกู้ยืมจากเพื่อนบ้าน วันแล้ววันเล่า จนทำให้ ข้าพเจ้านำครอบครัวเข้าสู่หนี้สินถึงจำนวนกว่า 4 ล้านบาท
จากนั้นตัดสินใจลงเวทีการเมือง มามองเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ตามปรัชญา ของพระองค์ท่าน ในหลวงของเรา ข้าพเจ้ามีพื้นฐานอยู่คือ มีที่ทำกินอยู่ 65 ไร่ เป็นมรดกจากคุณพ่อที่แบ่งเอาไว้ให้ เมื่อปี พ.ศ.2534 และหลังจากนั้นก็พยายามทำสวนอยู่บ้างแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะไม่มีเวลาทำ ดินก็แห้งแล้ง และแหล่งน้ำก็ไม่พอ
อาชีพเกษตรที่น่าสนใจ1มีอยู่วันหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ปรึกษากับภรรยาของข้าพเจ้า และถามเธอว่า ตื่นเช้ามาแต่ละวันเธอจะต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นลูกสาว 2 คนกำลังเรียนอยู่ คนโตอยู่มหาวิทยาลัย อีกคนเล็กอยู่มัธยมใกล้บ้าน ภรรยาข้าพเจ้าตอบว่า จะต้องใช้ประมาณวันละ 1,000 บาท เพราะรวมถึงผ่อนดอกเบี้ยเงินกู้เขาด้วย ข้าพเจ้าได้คิดหนักอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ แต่ข้าพเจ้าวางกรอบให้ตนเองคิด หาเงินอยู่เฉพาะในที่ดินของตนเองเท่านั้น จะต้องใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ให้เวลามากๆ กับลูกๆ ไม่คิดที่จะไปหาเงินจากต่างถิ่น
ในที่สุดข้าพเจ้าก็คิดออก  โดยเริ่มต้นปลูกพริก 2 งาน ทำฟาร์มเห็ด 4 ฟาร์ม ในเนื้อที่ 1ไร่ เริ่มจากการไถพรวนดินยกร่อง กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวตามแนวที่ดินได้ประมาณ 20 แปลง ปลูกพริกสายพันธุ์พริกส้ม ลักษณะเมล็ดดิบสีทอง เมื่อสุดสีออกส้ม รสเผ็ด จุดเด่นคือกลิ่นหอม ดูแลรักษาง่าย ที่ดินอีกส่วนหนึ่งข้าพเจ้าได้ทำฟาร์มเห็ด เพื่อเปิดดอกเอง จำนวน 4 ฟาร์ม กว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร จะได้ก้อนเห็ดฟาร์มละ 5,000 ก้อน รวมจำนวน 20,000 ก้อน เป็นเห็ดนางฟ้าภูฐาน และเห็ดฮังการี่
เมื่อพริกอายุได้ประมาณ 3 เดือนก็เริ่มเก็บผลผลิตได้ ข้าพเจ้าตื่นแต่เช้า กับภรรยาคู่ชีวิตของข้าพเจ้า ใช้เวลาเก็บพริก ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 3 โมงเช้า (06.00น.-09.00น.) เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ได้พริกคนละ 10 กก. รวมเป็น 20 กก. ขายส่งกก.ละ 50 บาท เพราะเราทำเป็นพริกอินทรีย์ ราคาไม่มีตกกว่านั้น รวมเป็นเงิน 1,000 บาท ส่วนเห็ดนั้น ได้เริ่มเก็บผลผลิตตั้งแต่ เอาเข้าฟาร์มได้ 1 เดือน ฟาร์มเห็ด 4 ฟาร์ม แบ่งเป็นฮังการี 2 ฟาร์ม นางฟ้าภูฐาน 2 ฟาร์ม เก็บดอกเห็ดได้เฉลี่ยวันละ 40 กก. ราคากก.ละ 30 บาท รวมเป็นเงิน 1,200 บาท
อาชีพเกษตรที่น่าสนใจ2ดังนั้นในที่ดิน 1 ไร่ ของข้าพเจ้า แต่ละวันได้จากพริก 1,000 บาท ได้จากเห็ด 1,200 บาท รวมเป็นเงินวันละ 2,200 บาท หรือเดือนละ 66,000 บาท ซึ่งไม่ได้รวมถึง ช่วงไหนราคาพริกขึ้น หรือราคาเห็ดเพิ่มขึ้น ฉะนั้นข้าพเจ้าก็เลยเห็นทางออก และสามารถที่จะส่งลูกเรียนจบ ปริญญาตรี ได้ทั้ง 2 คน โดยไม่ได้ยืมจากกองทุนการศึกษาของรัฐบาลเลย ทั้งยังสามารถปลดหนี้สิ้นทั้งหมดได้ภายในเวลา 4 ปี
สุดท้ายนี้อยากจะให้กำลังใจ สำหรับพี่น้องที่เข้ามาอ่าน ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรานั้น มีทางออกอยู่หลายทาง และอีกทางออกหนึ่ง ภายใต้ปรัชญาแนวคิดเศรษฐ์กิจพอเพียง ของพระองค์ท่าน ในหลวงของพวกเรา สามารถเป็นหนึ่งทองออกที่ดีที่สุดและมั่นคงด้วย
ถ้าหากเรื่องนี้หรือเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนไว้นี้ มีท่านทั้งหลายได้เข้ามาอ่าน ข้าพเจ้าขออุทิศ บุญกุศลส่วนนี้ให้กับพระองค์ท่าน ในหลวงของเรา ให้พระองค์ท่าน มีพลานามัยที่สมบูรณ์ยิ่งๆขึ้นไป และขออุทิศให้กับ คุณพ่อเพลิน อินทรชัยศรี(เสียชีวิต) และคุณแม่ชม อินทรชัยศรี(ยังมีชีวิตอยู่) ผู้ซึ้งเป็นคุณพ่อและคุณแม่ของข้าพเจ้า ที่ได้มอบที่ดินมรดกตรงนี้ให้กับข้าพเจ้าและครอบครัว
ถ้าหากท่านสนใจในเรื่องราวมากกว่านี้ กรุณาติดตามบทความต่อไปได้ ในแฟนเพจแห่งนี้ หรือสนใจเรียนรู้ในสถานที่จริง ก็ไปเที่ยวสวนของข้าพเจ้าได้ ตามที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ที่เขียนเอาไว้
ผู้เขียน : เฉลิมชัย อินทรชัยศรี
facebook : http://www.facebook.com/LoeiCSL

“ทำสวนแค่ 1 ไร่ มีรายได้เดือนละกว่า 7 หมื่นบาท!” ปฐมบทของศูนย์การเรียนรู้ฯ จากหนี้สินกว่า 4 ล้านบาท ปลดหนี้ภายใน 4 ปี

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เบกกิ้งโซดา

1.ขจัดกลิ่นปาก

ผสมเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา กับน้ำ 1 แก้ว นำมาบ้วนปาก แล้วบ้วนน้ำเปล่าตามตอนท้าย

 

2.ฟันขาวด้วยเบกกิ้งโซดา

ผสมเบกกิ้งโซดากับยาสีฟันแล้วนำมาแปรงฟันตามปกติ ไม่แนะนำให้ทำทุกวันเพราะอาจทำลายสารเคลือบฟันเราได้

 

3.สคลับแบบง่าย

ผสมเบกกิ้งโซดา 3 ส่วน กับ น้ำเปล่า 1 ส่วน สคลับในส่วนที่เราต้องการ ได้ทั้งใบหน้าและลำตัว

 

4. ทำความสะอาดแปรงและหวี

เบกกิ้งโซดาสามารถขจัดน้ำมันต่างๆ ได้ดี หวีของเราก็มีน้ำมันจากหนังศีรษะ ทำให้ผมสกปรก โดยผสมน้ำ 1 ถ้วย เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา แล้วแช่หวีและแปรงไว้สักพัก แล้วนำมาล้างน้ำเปล่า

 

5. กำจัดกลิ่นเท้า

ผสมเบกกิ้งโซดา 3 ช้อนโต๊ะ กับน้ำให้เต็มกะละมัง แช่เท้าก่อนนอน 15 นาทีทุกวัน

 

6. ทำความสะอาดไมโครเวฟ

ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำแล้วเอาพามาชุบหมาดๆ แล้วเช็ด คราบสกปรกในไมโครเวฟได้

 

7. ขจัดกลิ่นโถส้วม

เทเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยลงไปที่โถ ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง ก่อนจะกดชักโครก

 

8. ขจัดกลิ่นกระเทียมติดมือ

สำหรับคนทำอาหารมักจะมีกลิ่นติดมือ ตอนล้างมือให้ถูด้วยเบกกิ้งโซดา สามารถช่วยขจัดกลิ่นได้

 

9. ทำให้ดอกไม้สดได้นาน

ใส่เบกกิ้งโซดาลงไปในแจกัน 1 ช้อนชา ก็ช่วยให้ดอกไม้สดได้นานขึ้น

 

10. ห้องรับแขกกลิ่นสดชื่น

ผสมเบกกิ้งโซดาเข้ากับน้ำ แล้วหยดน้ำหอมระเหย แล้วสเปรย์ทั่วๆ ห้อง ช่วยขจัดกลิ่นอับชื้น

 

11. ล้างผักสะอาดปลอดสารพิษ

ผสมเบกกิ้งโซดา 1/4 ถ้วย ใส่น้ำเต็มกะละมัง แช่ผักไว้ 10 นาที  แล้วล่างให้สะอาด ช่วยลดสารพิษในผักได้เยอะมากทีเดียว


12. ทำความสะอาดหม้อและกระทะ

วิธีที่ 1 : ผสมเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำร้อนและน้ำยาล้างจาน แล้วแช่กระทะลงไป 3 นาทีแล้วล้างปกติ

วิธีที่ 2 : เอาน้ำใส่กระทะหรือหม้อใส่เบกกิ้งโซดาลงไป 2 ช้อนโต๊ะ ตั้งไฟแล้วเคี่ยว 15 นาที สำหรับหม้อที่มีคราบไหม้

วิธีที่ 3 : ผสมเบกกิ้งโซดา 3 ส่วน น้ำเปล่า 1 ส่วน ใช้สก๊อตไบรท์ล้างตามปกติ


Cr:sme smart

รีวิวการเพาะถั่วงอกปลอดสารเพื่อเป็นอาชีพเสริมครับ cr:http://pantip.com/topic/32368476

สวัสดีครับ วันนี้ผมมารีวิวการเพาะถั่วงอกตัดราก ปลอดสารเคมี ระบบอัตโนมัติ ไม่ใช้กระสอบ ระบบน้ำหมุนเวียน ใช้น้ำน้อย อ้างอิงจากhttp://goo.gl/CepHs9

0. เตรียมอุปกรณ์ดังนี้ครับ

ในรูปบอกว่าให้เตรียมตาข่ายพลาสติก 6 ชุด สำหรับเพาะ 5 ชั้นนะครับ ถ้าจะเพาะเต็มที่ 6 ชั้น ใช้ 7 ชุดครับ


1. แช่ถั่วเขียวก่อนนอน
ผมใช้ถั่วเขียวผิวมันเป็นหลักครับ เพราะเปลือกถั่วหลุดง่าย แล้วก็รสชาติที่ผมชอบ ฮ่า ผมใช้ถั่วเขียว 8 ขีด สำหรับเพาะ 6 ชั้น ให้ได้ ถั่วงอก 5 กก. หรือ 6 เท่ากว่าๆ ที่สำคัญตอนแช่ถั่วคือต้องล้างสิ่งสกปรกออกให้หมดครับ เมล็ดแตก เปลือกหลุด มอดกิน เป็นรู ซาวหลายๆน้ำให้แน่ใจว่าเหลือแต่เมล็ดที่สมบูรณ์ครับ จากนั้นก็ใส่น้ำแช่ไว้ น้ำเยอะหน่อยนะครับ สูงจากถั่วซัก 2 นิ้ว


เช้ามาถั่วจะพองตัวฟูขึ้นมาแบบนี้ครับ


สังเกตุว่ามีรากหน่อยๆแล้ว ใช้ได้ครับ



2. เตรียมถังเพาะ
2.1) เตรียมปั๊มครับ ปั๊มที่ผมให้ในชุด เป็นตัว yamano sp-2600 อัตราการสูบน้ำ 2000 ลิตร ต่อชม. (อย่าไปเชื่อครับ มันไม่ถึงหรอก) เอามาต่อกับข้อต่อสายยางใส 6 หุน แล้วต่อสายยาง 5 หุนอีกทีครับ


2.2) หย่อนลงถังโลด


2.3) ใส่ตะกร้าครับ ขอบตะกร้าจะแขวนอยู่บนฝาถังพอดี สายยางก็สอดผ่านหูตะกร้าขึ้นมาครับ ส่วนสายไฟของปั๊มก็เอาขอบตะกร้าทับไว้ครับ


2.4) เติมน้ำ โดยให้ระดับน้ำต่ำกว่าก้นตะกร้าประมาณ 1 นิ้วครับ ถ้าจะใส่ EM ก็ใส่ตอนนี้ครับ 2 ฝา แต่ผมไม่ได้ใส่นะ ปลอดสารสุดๆ


3. จัดชั้นถั่ว
3.1) เตรียมตะแกรง 5 มม. กับ 2 มม. อย่างละ 7 แผ่นสำหรับการเพาะ 6 ชั้นครับ จัดเรียบเป็นชุด ตะแกรง2มม.อยู่ล่าง 5มม. อยู่บน




3.2) แล้วนำถั่วมาแบ่งให้เท่าๆกันครับ


3.3) แล้วเกลี่ยกระจายออก ให้ซ้อนกันน้อยที่สุด


3.4) ระหว่างที่เกลี่ย หากพบเมล็ดแตกหักเสียหาย ก็ให้เอาออกครับ


เมล็ดบางส่วนเปลือกแตก แต่ยังดี รากงอก ก็เอาไว้นะครับ


3.5) จากนั้นเอาลงตะกร้าครับ วางซ้อนกันเลย ปิดด้วยตะแกรงชุดที่เหลือ


4. ปิดถังต่อกับเครื่องตั้งเวลารดน้ำถั่วงอก
4.1) เตรียมฝาถังที่เจาะรู้เรียบร้อยแล้ว ข้อต่อหางปลา PVC ที่พันเทปพันเกลียวแล้ว เข็มขัดรัดสาย หัวบัวรดน้ำ เอาเข็มขัดรัดสายร้อยเข้ากับสายยางก่อนครับ


4.2) สอดหางปลาของข้อต่อ pvc ขึ้นมาจากด้านล่างของฝาถัง แล้วอัดสายยางเข้าไปเลยครับ


4.3) จากนั้นนำเข็มขัดที่ร้อยกับสายยางไว้แล้วมาที่จุดต่อสาย บิดเข็มขัดรัดสายล๊อกเอาไว้


4.4) หงายฝาถังขึ้นก็จะพบข้อต่อ pvc อีกด้านที่พันเทปพันเกลียวไว้


4.5) "หมุน" หัวบัวรดน้ำเข้าไป "ตามเข็มนาฬิกา" จนสุดครับ


4.6) ปิดฝา ดูสายยางให้ตั้งตรง แล้วต่อสายไฟจากปั๊มน้ำเข้าเครื่องตั้งเวลารดน้ำถั่วงอก เปิดโหมด"ไร้กระสอบ" แล้วเสียบปลั๊กของเครื่องตั้งเวลารดน้ำถั่วงอกเข้ากับปลั๊กไฟบ้าน เป็นอันจบพิธี รอ 2 วันมาเก็บครับ


ตรงนี้ใช้เครื่องตั้งเวลาทั่วไป 8 โปรแกรม ก็ได้นะครับ แต่ต้องเพิ่มกระสอบป่านระหว่าตะแกรงแต่ละชั้น แล้วตั้งเวลาให้รดน้ำทุก 3 ชม.
แต่ถ้าใช้เครื่องตั้งเวลารดน้ำถั่วงอกรุ่นนี้ สามารถต่อถังเพาะได้ 20 ถัง ถังละ 5 กก. ก็เท่ากับว่าควบคุมการเพาะได้ถึง 100 กก.ครับ

เป็นอย่างไรครับ ง่ายไหม ติดขัดสงสัยตรงไหนถามได้ครับ นี่ถ่ายรูปแทบจะทุกขั้นตอนเลยนะ

จากนี้รอ 2 วันครับ ค่อยมาเก็บ

.
.
.
.

2 วันผ่านไป ก็จะได้ถั่วงอกคอนโดแบบนี้ครับ


จับตัดรากเลยครับ


แล้วก็ล้างเปลือกครับ ดูคลิปดีกว่า คลิปการล้างเปลือกถั่วงอกครับ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
เรื่องการร่อนเปลือก บางคนใช้ตะแกรง 10 มม. นะครับ ได้เหมือนกัน แล้วแต่จะสรรหาเทคนิกของแต่ละคนเลย

ได้แล้วถั่วงอกขาวๆ


แล้วก็แพ๊คขายครับ


ขายส่งผมจำหน่ายที่ถุงละ 10 บาทครับ ขายปลีกถุงละ 20 บาท ถุงละ 250 กรัมนะครับ

การขายผมจะไม่ค่อยแนะนำขายส่งร้านก๋วยเตี๋ยวนะครับ เพราะเค้าเน้นถูก ของเราเป็นถั่วงอกปลอดสารก็ต้องหาร้านผักปลอดสารไปวางขายครับ ก็จะได้ค่าปลอดสารกลับมาด้วย อีกอย่างก็คือ ถั่วงอกที่ได้จะไม่อวบอ้วนเหมือนถั่วงอกโรงงานครับ และถ้าไม่ตัดรากก็จะมีรากยาวมาก ซึ่งไม่เป็นที่นิยม เพราะคนติดภาพของถั่วงอกอวบอ้วนบวมน้ำรากสั้นไปแล้ว

ซึ่งถ้าจะว่ากันตามตรง ธรรมชาติของต้นถั่วในระยะนี้ รากจะยาวเท่ากับต้น และต้องพุ่งขึ้นหาแสง ก็จะทำให้ถั่วผอม ฉะนั้นผมมองว่าการที่ถั่วงอกมีลักษณะอ้วน รากสั้น จึงเป็นการโตผิดธรรมชาติ ซึ่งแปลว่าจะต้องมีการกระตุ้นด้วยอะไรบางอย่างครับ ซึ่งถ้าสังเกตุดีดี ถั่วงอกโรงงานที่ขายตามท้องตลาดทั่วไป ถ้าวางทิ้งไว้ ถั่วจะดำ และเน่าภายใน 1 วัน แต่ถ้าเป็นระบบธรรมชาติอย่างผม มีแต่จะชูใบเขียวไม่มีเน่าครับ แม้ว่าจะเก็บในตู้เย็นเป็นเดือน ก็จะแห้งตายมากกว่าเน่าเสียครับ

การเพาะถั่วงอกปลอดสาร ระบบน้ำหมุนเวียน ไม่ใช้กระสอบแบบนี้ มีข้อดีตรงที่ไม่ต้องคอยรดน้ำ และประหยัดน้ำมาก (ใช้น้ำแค่ราวๆ 12 ลิตร) แถมใช้เวลาเพาะน้อยลงจาก 60 ชม. เหลือแค่ 48 ชม. ก็เก็บขายได้ ทั้งยังลดโอกาศที่จะเกิดถั่วเน่า เพราะว่าไม่ต้องใช้กระสอบมาคอยเก็บรักษาน้ำให้แล้ว

นอกจากนี้ ด้วยความที่ยังเป็นถั่วงอกที่มีชีวิต โตมาด้วยวิธีธรรมชาติ ย่อมแข็งแรงกว่า เมื่อโดนแสง ถั่วก็จะเริ่มสังเคราะห์แสงและใบก็จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว ดังนั้นเวลาวางขายยังมีอุปสรรคอยู่ถ้าวางถั่วงอกบนชั้นวางเป็นเวลานาน ใบจะเขียว และไม่เป็นที่ต้องการของตลาด (แต่ก็เป็นการการันตีว่าถั่วงอกเราปลอดสารจริง) แต่เมื่อลูกค้าซื้อไปแล้ว สามารถเก็บในตู้เย็นได้นานถึง 7 วัน


ข้อมูลถั่วงอก ดูได้จากเวปนี้ครับ http://mcpswis.mcp.ac.th/html_edu/cgi-bin/mcp/main_php/print_informed.php?id_count_inform=11947
"เรามาดูวิธีการเลือกซื้อถั่วงอกให้ปลอดสารพิษเหล่านี้จะดีกว่า โดยเราจะต้องดูว่า

1. รากจะต้องไม่ยาว (ปลูกโดยใช้ผ้ารองพื้นไม่ใช้น้ำยาเคมี)
2. ควรดูที่เปลือกนอกถั่วมีปะปนอยู่บ้างหรือไม่ (เพราะการแช่สารฟอกสีจะทำให้เปลือกหลุดหมด)
3. หากไปเดินตลาดในเวลาบ่ายหรือค่ำหากยังพบว่ามีสภาพที่พองตัวและขาวอวบ ให้คิดไว้ก่อนว่ามีสารฟอกสี
4. ทางที่ดีที่สุดเมื่อซื้อมาแล้วก่อนจะนำไปบริโภคควรแช่น้ำทิ้งไว้สักประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือจะทำให้สุกก็ได้เช่นกัน จะปลอดภัยมากกว่าการรับประทานดิบๆ"


ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/parttimesprouts
https://www.facebook.com/EmseuTechnology

ขอบคุณครับ
ชื่อสินค้า:   เครื่องเพาะถั่วงอกอัตโนมัติ
คะแนน:     
**SR - Sponsored Review : ผู้เขียนรีวิวนี้ไม่ได้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง แต่มีผู้สนับสนุนสินค้าหรือบริการนี้ให้แก่ผู้เขียนรีวิว โดยที่ผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนอื่นใดในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ 
40 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
เยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 2
สุดยอดครับผม
ความคิดเห็นที่ 3
สุดยอดเห็นแล้วอยากทำมั่งเลย

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

โมเมพาเพลิน : สอนทำ IPL ด้วยตัวเอง for PiOne

โมเมพาเพลิน : สอนทำ IPL ด้วยตัวเอง for PiOne

กรมวิทย์ฯเผย สารสกัด "ใบทุเรียนเทศแห้ง" มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ

กรมวิทย์ฯเผย สารสกัด "ใบทุเรียนเทศแห้ง" มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ




กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการศึกษาวิจัยด้านพิษวิทยาสมุนไพร ใบทุเรียนเทศ โดยเตรียมในรูปของน้ำคั้นจากใบสด สารสกัดด้วยน้ำของใบสดและสารสกัดด้วยน้ำของใบแห้งนำมาทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งเพาะเลี้ยง พบว่า สารสกัดด้วยน้ำของใบแห้งแสดงฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับได้และไม่มีพิษต่อเซลล์ตับปกติ เตรียมต่อยอดศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในด้านต่างๆ หากจะนำมาพัฒนาเป็นยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าตามที่ได้มีกระแส การใช้ใบทุเรียนเทศในการรักษาโรคมะเร็งอย่างแพร่หลายเมื่อไม่นานมานี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันวิจัยสมุนไพร ได้ให้ความสำคัญในการศึกษาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในเบื้องต้นและได้ศึกษาวิจัยด้านพิษวิทยาสมุนไพรใบทุเรียนเทศมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว จากการศึกษาความเป็นพิษเบื้องต้นของใบทุเรียนเทศในหลอดทดลอง โดยเตรียมในรูปของน้ำคั้นจากใบสด สารสกัดด้วยน้ำของใบสดและสารสกัดด้วยน้ำของใบแห้ง แล้วนำมาทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งเพาะเลี้ยง ผลการทดสอบพบว่า สารสกัดด้วยน้ำของใบแห้งแสดงฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับได้และไม่มีพิษต่อเซลล์ตับปกติ ในขณะที่สารสกัดด้วยน้ำของใบทุเรียนเทศสดไม่แสดงฤทธิ์ยับยั้งเซลล์ตับเพาะเลี้ยง HepG2 ส่วนน้ำคั้นใบทุเรียนเทศสดถึงแม้ว่าแสดงการออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับได้ดีกว่าสารสกัดด้วยน้ำของใบแห้ง แต่ก็มีความเป็นพิษสูงต่อเซลล์ปกติเช่นกัน การทดลองนี้ช่วยบ่งชี้ว่า สารสกัดด้วยน้ำของใบแห้งมีศักยภาพในการยับยั้งเซลล์มะเร็งตับและไม่แสดงพิษต่อเซลล์ปกติ ซึ่งอาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการใช้รักษาโรคมะเร็ง เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่ายาที่ใช้ในการรักษามะเร็งในปัจจุบันนั้น มีผลข้างเคียงในการใช้ โดยเฉพาะการทำลายเซลล์ปกติร่วมด้วย

นายแพทย์อภิชัย กล่าวต่ออีกว่า ข้อมูลส่วนที่ได้ศึกษาแล้วนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนการนำสมุนไพร ใบทุเรียนเทศมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง หากนำสารสกัดใบแห้งมาพัฒนาเป็นยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ จำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในด้านต่างๆ ได้แก่ ความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ และต่อเซลล์อวัยวะอื่นๆ เช่นเซลล์ไต ปอด ลำไส้ หัวใจ และประสาท เป็นต้น การพิสูจน์ฤทธิ์ต้านมะเร็งและความปลอดภัยในสัตว์ทดลอง การแยกสารสำคัญในใบทุเรียนเทศ การศึกษาสารที่อาจก่อให้เกิดพิษ เนื่องจากมีบางรายงานของการศึกษากล่าวถึงความเป็นพิษของทุเรียนเทศต่อไตและสมองของสัตว์ทดลอง รวมถึงการเกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างยาแผนปัจจุบันกับสารสกัดใบทุเรียนเทศ ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะได้พิจารณาวางแผนดำเนินการศึกษาวิจัย ตามความเหมาะสมต่อไป

กรมวิทย์ฯเผย สารสกัด ใบทุเรียนเทศแห้ง มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ