วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หุงข้าวยังไงไม่ให้บูด++เป็นวิทยาทาน

++หุงข้าวยังไงไม่ให้บูด++เป็นวิทยาทาน
- วันนี้แม่บ้านคนไหนที่มีเรื่องกังวลใจหรือกลุ้มใจในเรื่องของหุงข้าวไม่ทันไรข้าวก็บูดเสียแล้ว ซึ่งหลายคนนั้นคิดว่าการที่เราเคยทิ้งข้าวให้บูดคาหม้อครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งต่อไปข้าวที่คุณนั้นหุงอีกก็อยู่ได้ไม่นานแล้วจะบูดอีก ซึ่งความคิดนี้เป็นความจริง และเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะมีเชื้อสปอร์ของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารบูดเสียตกค้างอยู่ในหม้อหุงข้าว แม้ว่าเรานำหม้อมาล้างด้วยน้ำยาล้างจานสูตรฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เป็นอย่างดีแล้วก็ตาม เชื้อจุลินทรีย์เล่านี้ก็ถูกขจัดออกไปไม่หมด และวันนี้ผู้เขียนมีเคล็ดลับ หุงข้าวยังไงไม่ให้บูด มาฝาก
- วิธีที่ 1 ใส่น้ำส้มสายชูลงไป 1 ช้อนชา แล้วกดหุงตามปกติ ที่ทดลองก็หุงข้าว 2 ถ้วย รสชาติก็ไม่มีอะไรแปลกไป ไม่มีรสเปรี้ยว ข้าวจะอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ 4-5 วัน โดยที่ไม่มีกลิ่น ไม่แฉะ ไม่บูด
- วิธีที่ 2 นำหม้อที่บูดใส่เกลือ ที่อยู่ในครัว นำมาใส่ในหม้อผสม แล้วทิ้งไว้ประมาณ1-2 ชม.เสร็จแล้ว แล้วล้างหม้อให้สะอาด นำไปหุงเหมือนเดิม ครั้งต่อไป จะล้างหม้อใส่เกลือผสมกับน้ำล้างตามปกติ ประมาณ 2-3 ครั้ง หม้อที่บูดก็จะหายบูด
- วิธีที่ 3 ให้ทำความสะอาดหม้อหุงข้าวด้วยน้ำยาล้างจาน และน้ำสะอาดตามวิธีปกติก่อน 1 ครั้ง จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงในหม้อหุงข้าวประมาณ 2 ถ้วยตวง และกดปุ่ม Cook เป็นระยะเวลานาน 15 นาที (สำหรับหม้อหุงข้าวขนาดครัวเรือน) จะสามารถช่วยทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่ตกค้างอยู่ได้ และช่วยแก้ปัญหาข้าวบูดเสียง่ายกว่าปกติ —

ต้องลอง! 10 วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสัญญาณ Wi-Fi ให้แรงขึ้นได้

ต้องลอง! 10 วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสัญญาณ Wi-Fi ให้แรงขึ้นได้

ที่มา http://www.whatphone.tv/
ปัญหาของใครหลายๆคนพบเจอกันเป็นอยู่ประจำนั้นเกี่ยวกับ Wi-Fi ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณอ่อน อินเตอร์เน็ตช้า สัญญาณล่มบ้างละ ปัญหาอื่นอีกต่างๆนาๆ ทำให้ส่งผลต่อการทำงาน เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง วันนี้จะมานำเสนอวิธีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสัญญาณ Wi-Fi ให้แรงขึ้นได้เราไปดูกันกันเลย 

1.ปิดพัก ROUTER ซะบ้าง

1

การทำงานข้ามวันข้ามคืนอย่างหนัก ก็ส่งผลให้อืดได้เช่นกัน เหมือนกับคอมพิวเตอร์ทั่วไปนั่นแหละ ฉะนั้นก็ควรจะปิดให้มันได้พักผ่อนซะบ้าง ปิดหลังจากที่ไม่ได้ใช้แล้วก็ดี พอจะใช้ก็ค่อยเปิดใหม่

2.หาเราเตอร์อีกตัวมาช่วยกระจายสัญญาณ

2

หากบ้านใครกว้างมากๆ ตัวปล่อยสัญญาณตัวเดียวคงไม่ทั่วถึงแน่ๆ ลองหาตัวช่วยย้ำสัญญาณหรือช่วยกระจายสัญญาณ (Access Point) มาทำหน้าที่เป็น repeater ส่งต่อสัญญาณให้ทั่วทั้งบ้าน

3.ใช้อุปกรณ์เร่งสัญญาณ

3
ในเราเตอร์บางรุ่น สามารถใช้เฟิร์มแวร์เสริมความแรงได้ อย่างเช่นจำพวก DD-WRT, Tomato ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเราเตอร์ สามารถเร่งความเร็วชิปให้เพิ่มขึ้นได้

4.ใช้กระป๋องเบียร์ช่วย

4
ไม่ได้ให้เทเบียร์กระป๋องราดตัวปล่อยสัญญาณแต่อย่างใดนะครับ วิธีการก็คือตัดกระป๋องเบียร์แผ่ออกให้เหมือนในรูป (กระป๋องอะไรก็ได้) จะช่วยบังทิศทางของสัญญาณได้ วิธีนี้ได้ผลมาแล้วจริงๆ นะ (มีคนลองมาแล้ว)

5.จัดการกับแบนด์วิดธ์

5
ในตัวปล่อยสัญญาณบางรุ่นจะมีระบบจัดการแบนด์วิดธ์มาให้ สามารถกำหนดความเร็วให้เหลือนิดเดียวสำหรับพวกโหลดบิทหรือเล่นเกมออนไลน์ได้ คนอื่นก็จะได้ใช้อย่างสบายใจบ้าง

6.ใช้ระบบการรักษาความปลอดภัยที่สูงที่สุด ป้องกันคนมาขโมยเล่น

6
ถึงจะมีการตั้งรหัสผ่านไว้ป้องกันคนอื่นมาแย่งเล่นฟรีๆ ไว้แล้ว ยังไง๊ ยังไง ก็ต้องมีคนพยายามแฮ๊กเข้ามาเล่นให้ได้อยู่ดี ฉะนั้นควรเลือกใช้ระบบการเข้ารหัสที่ดีที่สุด จำพวก WEP, WPA เป็นต้น และก็ควรตั้งรหัสยากๆ เข้าไว้ อย่างเช่นการผสมตัวอักษรและตัวเลข ตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ การใส่อักขระพิเศษ และที่สำคัญคือการเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ

7.วางไว้ห่างจากโทรศัพท์บ้าน

7
คลื่นความถี่ที่ตัวปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ใช้ส่วนใหญ่ก็จะเป็น 2.4 GHz เป็นคลื่นเดียวกันกับโทรศัพท์บ้านเลย ถ้าวางไว้ใกล้ๆ กันก็อาจจะรบกวนสัญญาณกันได้

8.เคลียร์ช่องสัญญาณให้ว่างมากที่สุด

8

รถเยอะ การจราจรก็ติดขัด Wi-Fi ก็เป็นเหมือนกัน คนใช้เยอะก็ต้องแย่งสัญาณกันใช้ วิธีการง่ายๆ ก็คือตั้งรหัสผ่านไว้ซะ ป้องกันคนแย่งใช้ หรือหากเป็นสัญญาณที่แชร์กันหลายๆ ช่อง ก็ลองเปลี่ยนไปใช้สัญญาณของช่องอื่นๆ ก็ได้

9.เลือกวาง ROUTER ไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม

9

อีกปัญหาใหญ่หลวงของสัญญาณหายหรือสัญญาณไม่แรง ก็คือจุดปล่อยคลื่นเป็นมุมอับ กระจายสัญญาณได้ไม่ดี ลองย้ายเปลี่ยนตำแหน่งดูบ้าง วางไว้ในที่ๆ กว้างซักหน่อย การกระจายของสัญญาณก็จะทั่วถึงมากขึ้น

10.เลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด

10
แน่นอนว่าของใหม่ล่าสุดย่อมดีกว่าของเก่าเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค สมาร์ทโฟน หรือแม้ตัวส่งสัญญาณ Wi-Fi ก็ตาม ฉะนั้น ก็ควรจะเปลี่ยนตัวปล่อยสัญญาณตามกาลเวลาบ้าง

วิค วาโปรับ ทำได้กว่าที่คุณคิด

ใต้วงแขนขาวด้วยมะนาว